ในยุคดิจิทัล การมี ตัวตนบนโลกออนไลน์ (Web Presence) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ นักวิจัย และ งานวิจัย ที่ผลิตออกมาจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ
หากงานวิจัยยังคงถูกเก็บอยู่ในรายงานหรือตีพิมพ์เฉพาะวารสารที่เข้าถึงได้ยาก โอกาสที่งานเหล่านั้นจะถูกนำไปต่อยอดทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ก็จะน้อยลงไปโดยปริยาย ดังนั้นการสร้าง Web Presence ผ่านเว็บไซต์ ฐานข้อมูลวิจัย และแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักวิจัย “เปิดประตู” งานวิจัยของตนออกสู่โลกภายนอก
ทำไม Web Presence จึงสำคัญสำหรับนักวิจัย
- เพิ่มการเข้าถึง (Accessibility)
งานวิจัยที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลดิจิทัลจะถูกค้นพบง่ายขึ้น นักศึกษา นักวิชาการ และผู้ประกอบการสามารถเข้ามาค้นหาผลงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา - สร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility)
นักวิจัยที่มีโปรไฟล์ออนไลน์พร้อมผลงานวิจัยที่อัปเดตสม่ำเสมอ จะสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือในวงวิชาการและอุตสาหกรรม - เปิดโอกาสการอ้างอิงและความร่วมมือ (Collaboration & Citation)
ยิ่งงานวิจัยถูกค้นเจอมากเท่าไร โอกาสที่จะถูกอ้างอิง (Citation) ก็ยิ่งสูงขึ้น ผู้วิจัยจากสถาบันอื่นหรือภาคธุรกิจสามารถติดต่อเพื่อขอความร่วมมือได้ง่ายขึ้น - สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)
งานวิจัยที่ถูกจัดหมวดหมู่ตามสำนักวิชา ประเภททรัพย์สินทางปัญญา และสาขานวัตกรรม สามารถเข้าถึงโดยผู้ประกอบการที่สนใจนำไปพัฒนาต่อเชิงพาณิชย์
ตัวอย่าง Web Presence ของนักวิจัย
โปรไฟล์นักวิจัยในระบบ NSTIS
นักวิจัยไทยสามารถจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ผลงานตีพิมพ์ ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์
ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานกลางเพื่อการค้นหาและการจับคู่ความร่วมมือวิจัย
แพลตฟอร์ม WUIP ของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.วลัยลักษณ์
รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักวิชาต่าง ๆ
ผู้ประกอบการสามารถค้นหาตามหมวดหมู่ เช่น เกษตร อาหาร สุขภาพ พลังงาน ฯลฯ
นักวิจัยจึงมีพื้นที่เผยแพร่ผลงานไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ
เว็บไซต์ส่วนตัวหรือสถาบัน (Institutional Repository)
เช่น Google Scholar, ResearchGate, ORCID
ช่วยให้นักวิจัยมีตัวตนในระดับนานาชาติ
ตัวอย่าง Web Presence ของนักวิจัย
โปรไฟล์นักวิจัยในระบบ NSTIS
นักวิจัยไทยสามารถจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ผลงานตีพิมพ์ ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์
ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานกลางเพื่อการค้นหาและการจับคู่ความร่วมมือวิจัย
แพลตฟอร์ม WUIP ของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.วลัยลักษณ์
รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักวิชาต่าง ๆ
ผู้ประกอบการสามารถค้นหาตามหมวดหมู่ เช่น เกษตร อาหาร สุขภาพ พลังงาน ฯลฯ
นักวิจัยจึงมีพื้นที่เผยแพร่ผลงานไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ
เว็บไซต์ส่วนตัวหรือสถาบัน (Institutional Repository)
เช่น Google Scholar, ResearchGate, ORCID
ช่วยให้นักวิจัยมีตัวตนในระดับนานาชาติ
แนวทางการสร้าง Web Presence ให้นักวิจัย
- อัปเดตโปรไฟล์วิจัย บน NSTIS/WUIP อย่างสม่ำเสมอ
- ใส่คำสำคัญ (Keywords) เพื่อให้ผลงานถูกค้นหาเจอง่ายขึ้น
- เชื่อมโยงกับสื่อออนไลน์ เช่น ResearchGate, ORCID, หรือ Google Scholar
- เผยแพร่ผลงานเชิงประยุกต์ ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ เพื่อดึงดูดความสนใจของภาคเอกชน
บทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.วลัยลักษณ์
อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.วลัยลักษณ์ ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ผลงานของนักวิจัยสามารถ:
- เข้าถึงผู้ประกอบการและสังคมวงกว้าง
- ถูกนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
- เชื่อมโยงนักวิจัยกับเครือข่ายวิชาการและอุตสาหกรรม
บทสรุป
การมี Web Presence ไม่ใช่เพียง “ภาพลักษณ์ดิจิทัล” ของนักวิจัย แต่คือ กุญแจสำคัญในการทำให้งานวิจัยมีชีวิตต่อหลังการตีพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มการอ้างอิง, การสร้างความร่วมมือ, การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ หรือการขยายผลเชิงนวัตกรรม ล้วนเกิดขึ้นได้เมื่อผลงานวิจัยถูกเผยแพร่และค้นหาได้ในโลกออนไลน์
ดังนั้น การสร้างและพัฒนา Web Presence จึงเป็นสิ่งที่ นักวิจัยยุคดิจิทัลไม่ควรมองข้าม และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็พร้อมจะเป็นพันธมิตรสำคัญในเส้นทางนี้