Web Presence ของนักวิจัย ทำไมต้องมี และจะสร้างได้อย่างไร

Web Presence ของนักวิจัย ทำไมต้องมี และจะสร้างได้อย่างไร

Article WUSTP

ในยุคดิจิทัล การมี ตัวตนบนโลกออนไลน์ (Web Presence) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ นักวิจัย และ งานวิจัย ที่ผลิตออกมาจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ

หากงานวิจัยยังคงถูกเก็บอยู่ในรายงานหรือตีพิมพ์เฉพาะวารสารที่เข้าถึงได้ยาก โอกาสที่งานเหล่านั้นจะถูกนำไปต่อยอดทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ก็จะน้อยลงไปโดยปริยาย ดังนั้นการสร้าง Web Presence ผ่านเว็บไซต์ ฐานข้อมูลวิจัย และแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักวิจัย “เปิดประตู” งานวิจัยของตนออกสู่โลกภายนอก

ทำไม Web Presence จึงสำคัญสำหรับนักวิจัย

  1. เพิ่มการเข้าถึง (Accessibility)
    งานวิจัยที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลดิจิทัลจะถูกค้นพบง่ายขึ้น นักศึกษา นักวิชาการ และผู้ประกอบการสามารถเข้ามาค้นหาผลงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา
  2. สร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility)
    นักวิจัยที่มีโปรไฟล์ออนไลน์พร้อมผลงานวิจัยที่อัปเดตสม่ำเสมอ จะสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือในวงวิชาการและอุตสาหกรรม
  3. เปิดโอกาสการอ้างอิงและความร่วมมือ (Collaboration & Citation)
    ยิ่งงานวิจัยถูกค้นเจอมากเท่าไร โอกาสที่จะถูกอ้างอิง (Citation) ก็ยิ่งสูงขึ้น ผู้วิจัยจากสถาบันอื่นหรือภาคธุรกิจสามารถติดต่อเพื่อขอความร่วมมือได้ง่ายขึ้น
  4. สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)
    งานวิจัยที่ถูกจัดหมวดหมู่ตามสำนักวิชา ประเภททรัพย์สินทางปัญญา และสาขานวัตกรรม สามารถเข้าถึงโดยผู้ประกอบการที่สนใจนำไปพัฒนาต่อเชิงพาณิชย์

ตัวอย่าง Web Presence ของนักวิจัย

  1. โปรไฟล์นักวิจัยในระบบ NSTIS

    • นักวิจัยไทยสามารถจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ผลงานตีพิมพ์ ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์

    • ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานกลางเพื่อการค้นหาและการจับคู่ความร่วมมือวิจัย

  2. แพลตฟอร์ม WUIP ของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.วลัยลักษณ์

    • รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักวิชาต่าง ๆ

    • ผู้ประกอบการสามารถค้นหาตามหมวดหมู่ เช่น เกษตร อาหาร สุขภาพ พลังงาน ฯลฯ

    • นักวิจัยจึงมีพื้นที่เผยแพร่ผลงานไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ

  3. เว็บไซต์ส่วนตัวหรือสถาบัน (Institutional Repository)

    • เช่น Google Scholar, ResearchGate, ORCID

    • ช่วยให้นักวิจัยมีตัวตนในระดับนานาชาติ

ตัวอย่าง Web Presence ของนักวิจัย

  1. โปรไฟล์นักวิจัยในระบบ NSTIS

    • นักวิจัยไทยสามารถจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ผลงานตีพิมพ์ ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์

    • ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานกลางเพื่อการค้นหาและการจับคู่ความร่วมมือวิจัย

  2. แพลตฟอร์ม WUIP ของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.วลัยลักษณ์

    • รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักวิชาต่าง ๆ

    • ผู้ประกอบการสามารถค้นหาตามหมวดหมู่ เช่น เกษตร อาหาร สุขภาพ พลังงาน ฯลฯ

    • นักวิจัยจึงมีพื้นที่เผยแพร่ผลงานไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ

  3. เว็บไซต์ส่วนตัวหรือสถาบัน (Institutional Repository)

    • เช่น Google Scholar, ResearchGate, ORCID

    • ช่วยให้นักวิจัยมีตัวตนในระดับนานาชาติ

แนวทางการสร้าง Web Presence ให้นักวิจัย

  • อัปเดตโปรไฟล์วิจัย บน NSTIS/WUIP อย่างสม่ำเสมอ
  • ใส่คำสำคัญ (Keywords) เพื่อให้ผลงานถูกค้นหาเจอง่ายขึ้น
  • เชื่อมโยงกับสื่อออนไลน์ เช่น ResearchGate, ORCID, หรือ Google Scholar
  • เผยแพร่ผลงานเชิงประยุกต์ ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ เพื่อดึงดูดความสนใจของภาคเอกชน

บทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.วลัยลักษณ์

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.วลัยลักษณ์ ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ผลงานของนักวิจัยสามารถ:

  • เข้าถึงผู้ประกอบการและสังคมวงกว้าง
  • ถูกนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  • เชื่อมโยงนักวิจัยกับเครือข่ายวิชาการและอุตสาหกรรม

บทสรุป

การมี Web Presence ไม่ใช่เพียง “ภาพลักษณ์ดิจิทัล” ของนักวิจัย แต่คือ กุญแจสำคัญในการทำให้งานวิจัยมีชีวิตต่อหลังการตีพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มการอ้างอิง, การสร้างความร่วมมือ, การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ หรือการขยายผลเชิงนวัตกรรม ล้วนเกิดขึ้นได้เมื่อผลงานวิจัยถูกเผยแพร่และค้นหาได้ในโลกออนไลน์

ดังนั้น การสร้างและพัฒนา Web Presence จึงเป็นสิ่งที่ นักวิจัยยุคดิจิทัลไม่ควรมองข้าม และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็พร้อมจะเป็นพันธมิตรสำคัญในเส้นทางนี้

Scroll to Top