วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์
“บ้านแหลม” เป็นชุมชนขนาดเล็ก มีสมาชิกในกลุ่ม 90 คน เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยที่คนในชุมชนกว่าร้อยละ 90 นับถือศาสนาอิสลาม อาชีพหลัก ของชาวชุมชนคืออาชีพประมงขนาดเล็ก ที่เราจะเห็นเรือประมงขนาดเล็กจอดตามริมฝั่ง ทั่วทั้งชุมชน นอกจากนั้นจะมีอาชีพค้าขายและรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ ความน่าสนใจ ของชุมชนบ้านแหลมคือ วิถีชีวิตของชาวชุมชนที่ปรากฏออกมาเป็นอาชีพที่ผู้มาเยือนพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่คนในชุมชนเข้ามาบริหารจัดการเอง กลายเป็นรายได้เสริมทำให้คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น วิถีชีวิตที่ปรากฏมาเป็นอาชีพที่สามารถ พบได้ในชุมชน ได้แก่ การทำเครื่องแกงจากกลุ่มทำเครื่องแกงบ้านแหลม การทอผลิตภัณฑ์จากหางอวน ของกลุ่มทอหางอวนบ้านบางตง ที่หาดูได้ยาก และถือเป็นชุมชนที่มีการผลิตมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย
นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถแวะซื้ออาหารทะเลสดๆ จากแหล่งขายของชุมชน และชมการทำประมงอย่างใกล้ชิด การวางอวนจับปู ปลาผ่านบริการของบ้านแหลมโฮมสเตย์ วิถีชีวิตของชาวชุมชนบ้านแหลม ถือเป็นรูปแบบการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย เป็นกันเองและอยู่อย่างพอเพียง เป็นวิถีที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่หาดูได้ยากในปัจจุบันเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
- อาคารศาลากลางน้ำอาคารศาลากลางน้ำ ตั้งชื่อว่า ศาลาสำราญ เป็นอาคารไม้สูง 2 ชั้น ปกติจะใช้แต่เฉพาะชั้นล่าง เพราะโครงสร้างชั้นบนที่เป็นไม้ ทำให้พื้นไม้สั่นและเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะหากมีการใช้งานกันหลายคน ปัญหาต่อมาคือบันไดทางขึ้นซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าตรงกลางโถงทางเข้า ทำให้ผู้เข้าใช้อาคารทุกคนมองไม่เห็นทัศนีภาพตามธรรมชาติของบริบทพื้นที่โดยรอบ จะเห็นแต่บันได รวมทั้งเส้นทางสัญจรเพื่อเข้าสู่ศาลาต้องอ้อมบันได ถึงจะเข้าไปใช้พื้นที่ด้านในที่เป็นที่นั่งหรือทำกิจกรรมต่างๆ เป็นพื้นที่ศาลาที่ล้อมรอบด้วยน้ำ มีบรรยากาศเย็นสบาย และปัญหาสุดท้ายคือ ความสูงของอาคารที่สูงเพียง 2 ชั้น ทำให้ไม่สามารถมองออกไปเห็นปากแม่น้ำได้ เพราะความสูงยังไม่พ้นยอดไม้ของป่าโกงกาง ประกอบกับรูปทรงของหลังคาที่เป็นรูปปีกผีเสื้อ ทำให้มีน้ำฝนพัดสาดเข้าได้ หากฝนตกหนักและมีลมพัดแรง
- อาคารเรือนสปาทั้ง 2 หลัง เป็นอาคารหลังเล็กๆ ที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว ล้อมรอบด้วยพื้นที่ระเบียง ซึ่งมีลักษณะการใช้งานเป็นสปาบก เพิ่มเติมจากการไปล่องเรือเพื่อพักผ่อนแบบสปาโคลนที่ปากแม่น้ำ ปัจจุบันมีการใช้พื้นที่เฉพาะตัวอาคารเรือนสปาด้านขวามือ ส่วนตัวอาคารด้านซ้ายมือกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการตกแต่งภายใน ซึ่งหากเปิดให้บริการได้ก็จะเพิ่มบริการให้กับผู้ใช้งานได้ตามความเหมาะสมของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ พื้นที่ระเบียงภายนอกจะเป็นพื้นที่ทางเข้า และใช้เป็นที่สำหรับนวดฝ่าเท้าและนั่งพักคอย เป็นระเบียงที่อยู่บนบ่อน้ำ ทำให้บรรยากาศเย็นสบาย ส่วนพื้นที่ภายในเป็นห้องกระจกปรับอากาศ ติดม่านผ้าโดยรอบ สำหรับทำสปาโคลนและนวดตัว มีทั้งหมด 2 เตียง และมีห้องน้ำ 2 ห้อง โคลนและผลิตภัณฑ์สำหรับการทำสปาจะเก็บไว้ในตู้เย็นภายในเรือนสปานี้ รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ทำสปาเป็นสินค้าสำหรับจำหน่ายด้วย ระเบียงอีกด้านหนึ่งของเรือนสปาเป็นที่ตั้งอ่างแช่น้ำแร่ โดยใช้อ่างน้ำตั้งบนระเบียงและมีผ้าม่านปิด ในบริเวณยังเป็นที่สำหรับเก็บของและงานแอดมิน ซึ่งทำให้พื้นที่บนระเบียงนี้ที่อยู่ด้านหลัง ไม่เป็นเรียบร้อยนัก
- พื้นที่บริเวณอ่างน้ำออนเซน (น้ำแร่สปาโคลน) ส่วนนี้มิใช่เป็นอาคาร แต่เป็นพื้นที่ระเบียงที่ขยายจากอาคารเรือนสปาทั้ง 2 หลัง เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการของวิสาหกิจชุมชนตามความต้องการของชุมชน อ่างน้ำแร่ที่เคยตั้งอยู่บนระเบียงด้านหลังจะถูกย้ายออกไปเพื่อให้พื้นที่ของเรือนสปาเป็นสัดเป็นส่วน มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มพื้นที่บริเวณอ่างน้ำออนเซนจะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ของผู้ใช้บริการสปาที่ไม่ต้องการออกไปล่องเรือ หรือไม่สามารถออกไปได้ แต่ได้ความรู้สึกแบบเดียวกับการแช่น้ำแร่สปาโคลนที่มีความสะดวกสบายมากขึ้นดังนั้นแนวทางในการออกแบบพื้นที่บริเวณนี้จึงขยายพื้นที่ระเบียงด้านหลังของเรือนสปาด้านขวามือและระเบียงข้างของเรือนสปาด้านซ้ายมือ ต่อยื่นออกมาโดยเชื่อมเป็นพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ และวางตำแหน่งอ่างน้ำออนเซ็น น้ำแร่สปาโคลน ขนาดประมาณ 2.00 x 3.00 ตารางเมตร เป็นจำนวนทั้งหมด 4 อ่าง (ชุมชนได้สร้างอ่างคอนกรีตขึ้นมาแล้ว 1 อ่าง) กระจายเต็มพื้นที่ โดยที่อ่างน้ำออนเซนแต่ละอ่างจะตั้งห่างกันประมาณ 1.30 ถึง 1.50 เมตร ทำให้เกิดความรู้สึกส่วนตัว โดยใช้แมกไม้ของต้นโกงกางที่จะปลูกขึ้นใหม่เป็นม่านกั้นตามธรรมชาติ และบริเวณทางเข้าของแต่ละอ่างจะมีฉากกั้น ซึ่งเป็นการจัดภูมิทัศน์ที่ไม่ยากเกินไป พร้อมกันนี้ยังได้ออกแบบให้มีห้องอาบน้ำสำหรับล้างตัวอย่างภายในบริเวณนี้ด้วยอีก 4 ห้อง พื้นที่ระเบียงนี้จะตั้งเสาคอนกรีตหรือเสาไม้จำนวน 8 ต้น เพื่อทำเป็นโครงสร้างสำหรับรับหลังคาระแนงไม้เลื้อย ที่จะให้ร่มเงากับระเบียง และบางส่วนของอ่างน้ำ การออกแบบบริเวณอ่างน้ำออนเซน (น้ำแร่สปาโคลน) จึงเป็นการเพิ่มโปรแกรมให้กับกิจกรรมการทำสปาโคลนที่เป็นสปาบก
- อาคารส่วนบริการของสปาโคลน : ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำและห้องแต่งตัว อาคารส่วนบริการของสปาโคลน ซึ่งประกอบด้วยห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และห้องแต่งตัว จะตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณท่าเรือใหม่ที่กำหนดไว้ในผังแม่บทเบื้องต้น อยู่ในบริเวณที่ถัดเข้ามาจากศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน และเป็นอาคารตัวจบของกลุ่มอาคารในโครงการออกแบบปรับปรุงต่อเติม (ดูผังแม่บทเบื้องต้นประกอบ) ทั้งนี้เมื่อนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการสปาโคลนกลับมาจากการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ล่องเรือออกไปตั้งแต่ตอนเช้า คือการกลับมาชำระล้างโคลนออกจากตัวและใบหน้า อาบน้ำล้างตัว และแต่งตัวใส่เสื้อผ้าตามปกติ ก่อนที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ ภายในชุมชนต่อไปในช่วงสายหรือช่วงบ่าย แต่เดิม นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเดินจากท่าเรือ ข้ามถนน และผ่านลานกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อเข้าห้องน้ำของอาคารโฮมเสตย์ ซึ่งมีจำนวนห้องน้ำ ห้องอาบน้ำไม่มาก และไม่มีพื้นที่แห้งสำหรับการแต่งตัว แนวทางในการออกแบบจึงได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์หลักของการตอบโจทย์ผู้ใช้บริการสปาโคลนและนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปของวิสาหกิจชุมชนบ้านแหลมโฮมสเตย์ ให้เกิดประสบการณ์ที่ดี
- อาคารห้องละหมาด ชุมชนบ้านแหลมเป็นชุมชนที่มีคนอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นปกติที่คนในชุมชนต้องทำละหมาดกันที่มัสยิดเป็นประจำ ซึ่งในชุมชนก็มีมัสยิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากในโครงการออกแบบปรับปรุงผังแม่บทนี้จะตอบสนองความต้องการของชุมชนเพิ่มขึ้นเพื่อให้เป็นที่ที่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดทั้งวัน การมีห้องละหมาดจึงเป็นคำตอบที่ดี ซึ่งนอกจากคนในวิสาหกิจชุมชนจะได้ปฏิบัติกิจทางศาสนาแล้ว นักท่องเที่ยวที่เป็นคนอิสลามก็ยังสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้เช่นเดียวกัน
- อาคารปฏิบัติการคุ๊กกิ้งคลาส (Cooking Class) หรือครัว ตามแผนการท่องเที่ยวแบบสปาโคลนของชุมชน จะมีกิจกรรมต่อเนื่องคือการปลูกป่าโกงกาง ซึ่งทำให้พื้นที่ป่าชายเลนของชุมชนบ้านแหลมขยายออกไปไกล ต่อมาทางชุมชนจึงได้สร้างกิจกรรมอย่างอื่นขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือก ได้แก่ คุ๊กกิ้งคลาส (Cooking Class) นักท่องเที่ยวที่ล่องเรือไปทางปากแม่น้ำจะพบกับวัตถุดิบที่เป็นอาหารตามธรรมชาติอยู่มากมาย ซึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านของชุมชนได้รู้จักทรัพยากรเหล่านี้ และนำมาใช้ประโยชน์ในการรับประทาน กิจกรรมปฏิบัติการทางครัวแบบคุ๊กกิ้งคลาสมีอยู่ในอีกรายงานหนึ่งของงานชุดวิจัยการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการนี้ ซึ่งจะมีรายละเอียดต่างๆ มากมาย ฉะนั้น ในที่นี้จึงจะขออธิบายแต่เพียงแนวทางในการออกแบบเท่านั้น
- อาคารที่พักนักเดินทางโฮมลอดจ์(Home Lodge) นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย อาจจะมาจากต่างจังหวัดในบางครั้ง เมื่อมาทำกิจกรรมที่ชุมชนบ้านแหลม ก็จะกระจายกันพักผ่อนตามที่พักโฮมสเตย์ที่หลากหลายภายในชุมชน และถ้ามีที่พักไม่เพียงพอ ก็จะไปพักตามโรงแรมที่อยู่ภายนอกชุมชน ทางวิสาหกิจชุมชนจึงมีความเห็นว่า การวางผังแม่บทในเบื้องต้นให้มีความสมบูรณ์ ควรต้องประกอบด้วยอาคารที่พักนักเดินทางหรือโฮมลอดจ์ (Home Lodge) ด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นที่พักแล้ว ทางชุมชนยังเห็นประโยชน์ในยามที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก โดยใช้เป็นโรงเรียนฝึกสอนการทำสปาบก สปาโคลน หรือการนวดตัว นวดฝ่าเท้า ให้กับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในชุมชน เพื่อสืบทอดการให้บริการกิจกรรมสปาของชุมชนอย่างยั่งยืน
- ศูนย์ผลิตภัณฑ์ชุมชนและห้องปฏิบัติการเวิร์คช็อปกิจกรรมต่างๆ ของวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชนบ้านแหลมโฮมสเตย์มีผลิตภัณฑ์ชุมชนอยู่หลายประเภท ทั้งที่เป็นสินค้าอาหารแห้งทางทะเล เครื่องแกง ผลิตภัณฑ์จากผลหม่อน และผ้ามัดย้อม นอกจากนี้ในอนาคตทางชุมชนยังอาจจะสามารถพัฒนาศักยภาพในการสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีวัตถุดิบเป็นทรัพยากรมากมายหลายอย่าง ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ชุมชนมีความคิดที่จะพัฒนาสินค้าต่างๆ ให้ได้มาตรฐานตามคุณภาพที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เป็นอาหารสำหรับการบริโภค ซึ่งหากสินค้าต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกผลิตด้วยวิธีการที่ถูกสุขลักษณะอนามัย ก็จะสามารถขอการรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อ.ย.) ได้ ซึ่งจะทำให้ช่องทางในการจำหน่ายไปในตลาดที่กว้างขวางขึ้นมาก ประกอบกับทางชุมชนมีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านการจัดทำสถานที่เป็นศูนย์ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด จึงเป็นที่มาของอาคารกลุ่มนี้ในผังแม่บทเบื้องต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าความคิดนี้เป็นผลที่ต่อยอดมาจากการสร้างกิจกรรมต่างๆ จากปฏิบัติการเวิร์คช็อปของวิสาหกิจชุมชน ที่จัดกันบนลานกลางแจ้งของชุมชนนั่นเอง
- อาคารร้านค้าของชุมชน ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นสินค้าของวิสาหกิจชุมชนบ้านแหลมโฮมสเตย์มีอยู่หลายประเภท สถานที่ในการจำหน่ายก็มักจะเป็นแบบวิถีชาวบ้าน คือต้องไปตามบ้านของผู้ผลิตสินค้าและเรียกหาจากผู้ผลิตโดยตรง ต่อมาก็มีพัฒนาการขึ้นมาโดยการนำมาวางเรียงและขายที่บริเวณศาลาและลานกิจกรรมกลางแจ้งของชุมชน แต่เมื่อเวลาฝนตก หรือมีการใช้ศาลาเพื่อการประชุมหรือต้อนรับแขกผู้มาท่องเที่ยว ก็ต้องเก็บขึ้นเพื่อให้การใช้พื้นที่ต่างๆ เกิดความสะดวกมากขึ้น ดังนั้น การมีที่ตั้งร้านค้าของชุมชนจึงเป็นความต้องการที่สามารถตอบสนองกิจกรรมของชุมชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์
บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนโดยผู้เชี่ยวชาญ ดังต่อไปนี้
ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี
ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี :
- รศ.ดร.กิจชัย จิตขจรวานิช นักวิจัยด้านเทคโนโลยี
- รศ.ดร. กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี ผู้ช่วยนักวิจัยด้านเทคโนโลยี
- รศ.ดร. มัลลิกา เจริญสุธาสินี ผู้ช่วยนักวิจัยด้านเทคโนโลยี
ที่ปรึกษาด้านบัญชีและการเงิน :
- นางสาวสุภาวดี กุลถิรวงศ์ ที่ปรึกษาอิสระ